หลักการและเหตุผล

การประชุมวิชาการ นอกจากจะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเสนอผลงานวิชาการและวิจัย ของคณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย ผู้ประกอบวิชาชีพ ตลอดจนนิสิต/นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปแล้ว ก็ยิ่งทวีความสำคัญยิ่งขึ้น ต่อนิสิต/นักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ภายหลังการประกาศใช้ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.2548 ในฐานะเงื่อนไขว่าด้วยเกณฑ์การสำเร็จการศึกษา ซึ่งกำหนดให้ ผลงานวิทยานิพนธ์ของนิสิต/นักศึกษาระดับมหาบัณฑิต แผน ก ต้องได้รับการตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยดำเนินการให้ผลงานหรือส่วนหนึ่งของผลงานวิทยานิพนธ์ ได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ หรือเสนอต่อที่ประชุมทางวิชาการที่มีรายงานการประชุม (Proceedings)
สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงมีดำริร่วมกับ โครงการศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ (ภาคพิเศษ) ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหน่วยงานภาคี จัด “การประชุมวิชาการบัณฑิตศึกษาระดับชาติ” (National Graduate Conference) ครั้งที่ 1 ขึ้นเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2555 ณ โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี เรื่อยมาจนกระทั่ง ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 4-5 กรกฎาคม พ.ศ.2562 ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ตลอดจน สาธารณชนสามารถคาดคะเนได้ตามสมควร ต่อไป สมาคมฯ จึงร่วมกับเครือข่ายภายในประเทศ ได้แก่ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม, ส่วนบัณฑิตศึกษา โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จัด “การประชุมวิชาการบัณฑิตศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 15” (15th National Graduate Conference) ขึ้น

 
วัตถุประสงค์
1. เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวทางวิชาการ รวมถึงเป็นพื้นที่ในการเผยแพร่ผลงานวิชาการและวิจัย สำหรับคณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต/นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ในเชิงสหวิทยาการทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
2. เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายทางวิชาการที่เข้มแข็ง และพัฒนาเป็นแหล่งค้นคว้าและแหล่งอ้างอิงที่ได้รับการยอมรับ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย ผู้ประกอบวิชาชีพ ตลอดจนนิสิต/นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ต่อไป
 
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ความตื่นตัวทางวิชาการ ซึ่งปรากฏและสามารถวัดผลในเชิงรูปธรรม ผ่านจำนวนบทความวิชาการและวิจัย รวมถึงพื้นที่ในการเผยแพร่ผลงานวิชาการและวิจัยดังกล่าว สำหรับคณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต/นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ตลอดจนสามารถคาดคะเนได้ตามสมควร
2. เครือข่ายทางวิชาการที่เข้มแข็ง อันเกิดจากการประสานความร่วมมือระหว่างสมาคมฯ ผู้นำเสนอบทความ และผู้เข้าร่วมการประชุมวิชาการ ภายหลังการประชุมวิชาการเสร็จสิ้นลง และแหล่งค้นคว้าและแหล่งอ้างอิงที่ได้รับการยอมรับ ทั้งในระดับชาติในนานาชาติ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย ผู้ประกอบวิชาชีพ ตลอดจนนิสิต/นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ด้วยการเผยแพร่รายงานการประชุมอย่างกว้างขวาง
 
กิจกรรม
1. การนำเสนอผลงานวิชาการและวิจัย ทั้งแบบบรรยายและแบบโปสเตอร์ โดย คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต/นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
2. การจัดพิมพ์รายการงานประชุม การประชุมวิชาการบัณฑิตศึกษาระดับชาติและระดับนานาชาติ ครั้งที่ 15