Political Science Association of Kasetsart University

POLITICAL SCIENCE ASSOCIATION OF KASETSART UNIVERSITY

ตัวแบบประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบการชาระเงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย
Type : JIRGS

การศึกษาเรื่อง “ตัวแบบประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย” ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย 2) เพื่อศึกษากระบวนการที่มีผลต่อการบริหารจัดการระบบการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย 3) เพื่อนาเสนอตัวแบบประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย และ 4) เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนาระบบชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์และสอดคล้องกับนโยบายการบริหารจัดการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย สาหรับระเบียบวิธีการวิจัยนั้นใช้วิธีการวิจัยแบบผสม (Mix Method) ทั้งเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างคือกลุ่มผู้ประกอบการ 6 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มตลาดการเงิน กลุ่มขนส่งสาธารณะ กลุ่มผู้ค้าปลีกรายย่อย กลุ่มประกันภัย/ประกันชีวิต กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มสื่อ รวมทั้งบุคลากรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ทางานอยู่ในธนาคารแห่งประเทศไทย นักวิชาการ สาหรับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ การแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานที่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรนั้นใช้ Correlation, Multi- Regression เพื่อให้ได้ Math Model ที่สามารถพยากรณ์อิทธิพลของปัจจัยตัวแปรต่างๆ ให้มีความถูกต้อง สอดคล้องและเหมาะสม
สาหรับผลการวิจัยนั้น พบว่า ตัวแปรต้นทั้งหมดมีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบชาระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ร้อยละ 84.60 และสามารถพยากรณ์ประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบการชาระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ร้อยละ 79.90 รวมทั้งจากการพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์การถดถอย พบว่า ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Beta = 0.365) ด้านการบริหารจัดการ (Beta = 0.223) ด้านการจัดการความรู้ (Beta = 0.181) ด้านภาวะผู้นา (Beta = 0.154) ด้านความโปร่งใส (Beta = 0.094) ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง (Beta = 0.073) และด้านความรับผิดชอบ (Beta = 0.062) ตามลาดับโดยผลการวิเคราะห์ได้สมการถดถอยแบบพหุคูณ เพื่อพยากรณ์ประสิทธิภาพการบริหารจัดการการชาระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้ดังนี้
E = 0.198 + 0.365 IT + 0.223 M + 0.181 K + 0.154 L + 0.094 T + 0.073 R + 0.062 A
ซึ่งตัวแบบดังกล่าวนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสามารถนาไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทขององค์การเพื่อพัฒนาระบบการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

 

The study of “Efficiency Model for Electronic Payment System Management in Thailand” aimed to (1) explore the factors affecting the efficiency of management of electronic payment system in Thailand, (2) study such processes having impacts on the management of electronic payment system in Thailand, (3) propose a model of Efficiency for Electronic Payment System Management in Thailand, and (4) suggest guidelines for electronic payment system development in accordance with the Bank of Thailand (BOT) policy on financial management. In regard to research methodology, mixed method of quantitative and qualitative research was employed. Research population and sample groups consisted of 6 groups of entrepreneurs, including finance, public transportation, retailers, insurance/life insurance, government entities, and media, as well as relevant BOT staff members and academia. Statistics used for data analysis included percentage, frequency distribution, mean and standard deviation. Statistics for hypothesis testing were obtained from Correlation, Multiple Regression analysis as a mathematical model established to precisely predict the influence of variables and in consistence with concepts, theories and related research.
With respect to the research results, the study found that all independent variables had a relationship to the efficiency of electronic payment system management of 84.60 percent, and was able to predict the efficiency of electronic payment system management of 79.90 percent. As for the regression coefficient, the results were as follows: beta of information technology (0.365), management (0.223), knowledge management (0.181), leadership (0.154), transparency (0.094), risk management (0.073), and accountability (0.062). The analysis resulted in a multiple regression model to forecast the efficiency of electronic payment system management as follow:
E = 0.198 + 0.365 IT + 0.223 M + 0.181 K + 0.154 L + 0.094 T + 0.073 R + 0.062 A All parties involved can apply the model to the context of their organization in order to develop sustainable electronic payment system.

Date 02/01/2019 0
© All Rights Reserved 2019